รู้ทันจุดอ่อนของตัวเองก่อนใช้บัตรเครดิต

บัตรเครดิตเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกทางการเงินและยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับเรา หากเราสามารถบริหารการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด มีสิทธิพิเศษและประโยชน์ที่เราได้จากการใช้บัตรเครดิตมากมาย เช่น เราสามารถซื้อของในราคาที่ถูกลง ได้ส่วนลดและของแถมในช่วงโปรโมชั่น ยิ่งหากเป็นของที่เราต้องการซื้ออยู่แล้ว เราเพียงแต่ใจเย็นและรอจังหวะการลดราคาก็ซื้อในราคาที่ถูกกว่าบางครั้งอาจจะมีของแถมมาให้ด้วยบัตรเครดิตยังช่วยให้เราซื้อของโดยไม่ต้องเสียเงินก้อน แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่เราสามารถผ่อนได้ในอัตรา 0% จึงจะคุ้มค่า บัตรเครดิตยังช่วยให้เรามีเงินใช้ในยามที่ฉุกเฉินจริง ๆ หรือในเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

เราก็สามารถรูดบัตรเครดิตได้ก่อนไม่ต้องไปหยิบยืมหรือกู้หนี้นอกระบบให้เกิดความเสี่ยง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเป็นภาวะและเหตุการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ทว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่คนใกล้ตัวเราชีวิตกลับพังพินาศเนื่องมาจากบัตรเครดิต ทำให้คนมากมายมองว่าบัตรเครดิตเป็นสิ่งที่เลวร้าย เป็นเครื่องมือทำลายการเงินและเป็นช่องทางเอาเปรียบของสถาบันการเงินที่จะขูดรีดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ค่าปรับแพง ๆ จากผู้ถือบัตร แต่ในความจริงแล้วด้วยตัวของบัตรเครดิตเองนั้นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรเลย บัตรเครดิตถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้คนได้ใช้ประโยชน์ แต่ปัญหาที่แท้จริงนั้นกลับมาจากเจ้าของบัตรเอง

มีปัญหาอะไรบ้างที่เราต้องรู้เท่าทันตัวเองก่อนจะตัดสินใจใช้บัตรเครดิตหรือแม้แต่คนที่ใช้บัตรเครดิตอยู่แล้วเกิดพลาดพลั้งเป็นหนี้ลองสำรวจตัวเองว่าเกิดจากสาเหตุเหล่านี้หรือไม่

1 ใช้ตามอารมณ์และความอยาก

คนส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเพราะสาเหตุนี้เป็นสาเหตุใหญ่ พวกเขาใช้บัตรเครดิตตามอารมณ์และความอยาก บางคนพออารมณ์ไม่ดีมีเรื่องเครียดก็หาทางออกด้วยการใช้เงิน กลับกันบางคนพอดีใจมีเรื่องน่ายินดีก็ฉลองหรือใช้จ่ายด้วย บัตรเครดิต บ้างก็สร้างความจำเป็นและความอยากขึ้นมาโดยหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพื่อจับจ่ายเงิน ลองนึกเปรียบบเทียบภาพบัตรเครดิตก็เหมือนกับไฟแช็คที่ภายในเต็มไปด้วยเชื้อเพลิง อารมณ์และความอยากคือการจุดไฟแช็คนั้น ตราบใดที่มีน้ำมัน หรือก็คือวงเงินอยู๋ เมื่อต้องการจับจ่ายโดยอารมณ์และความอยากไม่ยับยั้งการรูดบัตรเครดิตก็ทำให้ไฟติดอยู่ดี และจะเแป็นเช่นนี้จนน้ำมันภายในหมดลง และเมื่อถึงเวลานั้นก็สายไปเสียแล้ว จนกระทั่งไฟจากไฟแแช็คนั้นเผาตัวเองเข้าจนได้ หากรู้ตัวว่าเป็นคนใช้เงินตามอารมณ์และความอยาก การไม่ทำบัตรเครดิตจะปลอดภัยต่อคุณมากกว่าหรือหากต้องการทำบัตรเครดิตไว้ ให้เก็บไว้มในเซฟและลืมมันไป จนเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ ไม่มีหนทางแล้วค่อยนำออกมาใช้ เพราะเมื่อเราใช้บัตรเครดิตตามอารมณ์ความอยาก บัตรพลาสติกใบเดียวทำให้คนมากมายลืมไปว่ากำลังหยิบเงินออกจากกระเป๋าเป็นฟ่อน พวกเขาก็ได้สูญเสียเงินมากมายโดยแทบไม่รู้ตัวเลย

2 ใช้ดิ้นรนจากความขาดทุน

อีกสิ่งที่พบเห็นกันมาแล้วนักต่อนักก็คือ การใช้บัตรเครดิตไปเพื่อต่อทุนหรือกู้สถานการณืที่ธุรกิจกำลังจะล่ม หรือพูดง่าย ๆ ก็คือกำลังขาดทุนจนจะเจ๊งนั่นเอง การใช้บัตรเครดิตเพื่อพยุงธุรกิจไม่ใช่วิธีแก้ไขที่ฉลาดเลย เปรียบเหมือนวัวพันหลักหรือปมเชือกที่ยิ่งดิ้นรนแก้ยิ่งรัดยิ่งเพิ่มเงื่อนให้มากขึ้น การทำธุรกิจในสภาวะขาดทุนก็มักจะมีอารมณ์และความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมากเสมอ ทั้งความรู้สึกที่ไม่อยากสูญเสียธุรกิจที่รักไป ไม่อยากเห็นธุรกิจนั้นล้มต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกที่ไม่ยอมเป็นผู้แพ้และไม่ยอมรับว่าตนแพ้ ไม่ต่างอะไรกับการเล่นการพนันเลย เมื่อเสียก็อยากแก้มือคืน แต่ลืมไปว่าวงเงินในบัตรเครดิตแท้ที่จริงไม่ใช่เงินที่เป็นของเรา แต่เรากำลังกู้เงินที่ไม่ได้มีในมือมาโปะสิ่งที่เสี่ยงหรือรู้ว่าโอกาสที่จะได้คืนมานั้นน้อยเต็มที แทนที่จะเจ็บตัวน้อยหน่อยกับการขาดทุนปิดกิจการแล้วเริ่มต้นใหม่กับหนทางอื่น ๆ กลับเจ็บตัวมากขึ้นด้วยการเป็นหนี้บัตรเครดิตแถมมาเป็นการซ้ำเติม

วิธีแก้ไขก็คือ เราต้องยอมรับความจริงของสถานการณ์ เมื่อประเมินแล้ว่าธุรกิจไปต่อไม่ไหวอย่าดันทุรัง บัตรเครดิตไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ตราบใดที่คุณยืมมาก็ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยซึ่งคุณยังไม่แน่ใจว่าจะได้คืนมาแม้แต่เงินต้น ควรจะเก็บบัตรเครดิตและวงเงินในนั้นไว้ก่อน เพื่อใช้ในการเเริ่มต้นใหม่กับงานใหม่หรือใช้ชะลอความยากลำบากขณะกำลังคิดตั้งหลักจะดีกว่า

3 ใช้ด้วยการหลอกตัวเอง

ไม่มีอะไรที่อันตรายยิ่งไปกว่าการหลอกตัวเอง คนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตล้วนแล้วแต่ต้องเคยหลอกตัวเองกันมาแล้วทั้งนั้นว่า ถ้ารูดบัตรใช้จ่ายก้อนนี้เราจะมีเงินจากตรงนั้นมาโปะคืน เราจะได้รายได้จากตรงนี้มาใช้คืน เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรหรอกหากเราจะใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตเกินไปสักหน่อย เพราะเดี๋ยวก็หามาได้ไม่ต้องห่วง แต่ลึก ๆแล้วเราเองก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนกับเงินก้อนนี้ที่จะไม่สามารถหามาชำระได้ บางคนก็หลอกตัวเองว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้จำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายลองคิดดูสิว่า หากเราไม่มี
บัตรเครดิตไม่ว่าจะจำเป็นแค่ไหนก็ไม่สามารถหามาจ่ายได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเรายังอยู่ได้ยังแก้ปัญหาในทางอื่นได้หรือไม่ เลิกหลอกตัวเองหรือหาข้ออ้างให้ตัวเองเพียงเพราะบัตรเครดิตตอบสนองเราได้

4 ไม่มีการวางแผนการใช้บัตรเครดิต

จะมีคนสักกี่คนที่วางแผนการใช้บัตรเครดิต ในเมื่อถ้าเขาต้องใช้เท่าที่เงินในกระเป๋ามีเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้บัตรเครดิตไม่ใช่หรือ ซึ่งจะว่าถูกก็ใช่ แต่หลายคนแม้เขาจะใช้บัตรเครดิตเท่าที่เงินในกระเป๋ามีและนำไปชำระเต็มจำนวนเมื่อครบเดือน แต่นั่นเป็นเพราะว่าเขาใช้บัตรโดยมีการวางแผนและคำนวนแล้ว่าใช้บัตรเครดิตจะคุ้มกว่า เช่นใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดแล้วจะได้ส่วนลด ได้แต้มสะสม ได้สิทธิพิเศษ หรือเป็นการเก็บเงินสดสำรองไว้เผื่อมีเหตุการณ์ต้องใช้เงินสดระหว่างเดือน แต่ถ้าครบเดือนแล้วไม่มีเหตุต้องใช้และได้รายได้งวดใหม่มาแล้ว เงินสดส่วนนั้นก็จ่ายชำระบัตรเครดิตได้เป็นต้นทั้งหมดที่กล่าวมาคือจุดอ่อนของการใช้บัตรเครดิตที่คนมากมายพลาดพลั้งกับดักของตัวเอง แต่ถ้าหากคุณได้สำรวจตัวเองแล้วและแน่ใจว่าสามารถควบคุมจุดอ่อนเหล่านั้นได้ คุณก็เหมาะที่จะใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาดและใช้บัตรเครดิตได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด